ทับทิมกรอบ

ทับทิมกรอบ



ขนมทับทิมกรอบ ทับทิมกรอบเป็นขนมหวานที่รับประทานได้ทุกฤดูกาล นิยมมากที่สุดในฤดูร้อน รับประทานแล้วหอมหวานเย็นอร่อยชื่นใจคลายร้อนได้ดี ประกอบด้วยเม็ดทับทิมกรอบสีแดงสดใสและเม็ดทับทิมกรอบสีชมพูสวย เมื่อเคี้ยวแล้วกรอบมันด้วยรสชาติของแห้ว มีน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลทราย ลอยด้วยดอกมะลิ มีกะทิสดจากการคั้นมะพร้าว น้ำแข็งบดละเอียดหรือน้ำแข็งทุบให้เป็นเม็ดเล็กๆ หอมชื่นใจ

เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* แห้ว 800 กรัม (ล้าง, ปอกเปลือกและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า)
* กะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 2 ช้อนชา
* น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
* น้ำหวานแดง 1 1/2 ถ้วยตวง
* แป้งมัน 500 กรัม
* ขนุนฉีกเป็นฝอย, เมล็ดข้าวโพดสุก (สำหรับโรยหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำแห้วที่หั่นเสร็จแล้วไปแช่ในน้ำแดงประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ

2. นำแห้วที่แช่ในน้ำแดงไปคลุกในแป้งมันให้ติดผิว ค่อยๆคลุกให้ติดทั่วผิวแห้วทั้งหมด จากนั้น จึงนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุกจึงนำออกมาแช่น้ำเย็น (วิธีสังเกตุ : แห้วสุกแล้วจะลอยขึ้นเหนือน้ำ)

3. เตรียมทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำตาลกับน้ำและนำไปต้มจนเดือด คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายดี แล้วจึงปิดไฟ

4. นำกะทิและเกลือไปใส่ในหม้อขนาดเล็ก และนำไปตั้งบนไฟอ่อนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี จึงปิดไฟ

5. นำเมล็ดทับทิม ไปใส่ในถ้วยเสริฟ โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ราดด้วยน้ำเชื่อม,น้ำกะทิ, ขนุนฝอยและข้าวโพด (ถ้าต้องการ) เสริฟทันทีเป็นอาหารว่าง คลายร้อนในวันสบายๆ

yengo หรือ buzzcity

ทองเอก

ทองเอก



ขนมทองเอก คือ ขนมไทยที่มีส่วนผสมของแป้งสาลี น้ำตาล ไข่แดง และกะทิ กวนจนข้น แล้วนำใส่แม่พิมพ์ให้ได้รูปตามที่ต้องการ จากนั้นจึงแคะออกจากแม่พิมพ์ แล้วนำมาอบด้วยเทียนอบ

ประวัติ

ขนมทองเอกในสมัยโบราณนั้นได้มีการนำทองคำเปลวมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มาประดับไว้ด้านบนของขนมทองเอก โดยใช้วิธีการวางแผ่นทองคำเปลววางไว้บนแม่พิมพ์ก่อนเทขนมทองเอกลงในแม่พิมพ์ แต่ปัจจุบันไม่มีการนำทองคำเปลวมาตกแต่งขนมทองเอก เนื่องจากทองคำเปลวเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้รับประทาน

ขนมทองเอกเป็นขนมในตระกูลทอง ซึ่งขนมในตระกูลทองอันได้แก่ ทองเอก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมในตระกูลนี้จะต้องใช้ความพิถีพิถันในการทำ เพราะเป็นขนมที่มีลักษณะสง่างาม และโดดเด่นกว่าขนมชนิดอื่น ขนมทองเอกนั้นเป็นขนม 1 ใน 9 ชนิดที่ถูกเรียกว่าขนมมงคล อันได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น เม็ดขนุน ถ้วยฟู จ่ามงกุฏ ทองเอก และ เสน่ห์จันทร์ ขนมมงคลนั้นจะใช้ในการนำไปประกอบเครื่องคาวหวานเพื่อถวายพระในงานมงคลต่างๆ เช่น งานบวช งานมงคลสมรส หรืองานขึ้นบ้านใหม่ โดยเชื่อว่างานมงคลเหล่านี้จะต้องใช้เฉพาะขนมไทยที่มีชื่อไพเราะ และเป็นสิริมงคล ซึ่งคำว่า เอก ในชื่อขนมทองเอกนั้น หมายความว่า การเป็นที่หนึ่ง

ส่วนผสม

แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 ถ้วย
แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนชา
ไข่ไก่ (ใช้เฉพาะไข่แดง) 8 ฟอง
กะทิ (มะพร้าวขูดขาว 200 กรัม) 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
พิมพ์ไม้สำหรับทำขนมทองเอก, ทองคำเปลว

วิธีทำ

1. ใส่กะทิกับน้ำตาลลงในกะทะทอง ตั้งไฟกลาง เคี่ยวนานประมาณ 10-15 นาที จนมีลักษณะข้นขาว ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น

2. ร่อนแป้งสาลีและแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน 2 ครั้งนำกะทิกับน้ำตาลาที่เคี่ยวไว้ (ส่วนผสมข้อ 1) ใส่ไข่แดง และแป้งที่ร่อนไว้ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

3. นำขึ้นกวนไฟอ่อน ๆ จนแป้งรวมตัวเป็นก้อน กวนจนแป้งเนียนใส ยกลง คลุมด้วยผ้าขาวบางทิ้งไว้ให้เย็น

4. นำแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมเท่า ๆ กัน อัดลงในพิมพ์รูปต่าง ๆ ตามต้องการ เคาะออก นำมาติดทองคำเปลว

yengo หรือ buzzcity

ทองหยิบ

ทองหยิบ



ทองหยิบ เป็นขนมโปรตุเกสที่เผยแพร่ในประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยท้าวทองกีบม้า จนเป็นที่แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน ทำจากไข่แดงตีจนฟู ก่อนนำไปหยอดลงในน้ำเชื่อมเดือดเพื่อทำให้สุก เมื่อสุกแล้วจึงนำมาจับจีบ ใส่ถ้วยตะไล

ปัจจุบัน มักถูกนำมาเป็นของหวานในงานมงคลต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส งานขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ

อุปกรณ์

- กระทะทองเหลือง 
- ชามผสม 
- กระชอน 
- เทียนหอม

วัตถุดิบ

1. ไข่แดงของไข่ไก่ 3 ฟอง
2. ไข่แดงของไข่เป็ด 3 ฟอง
3. แป้งข้าวจ้าว 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. แป้งมัน 1 ช้อนชา
5. แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนชา
6. น้ำเปล่า 400 มล.
7. กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา
8. น้ำตาลทราย 600 ก.
9. ใบเตย 1 ใบ
10. เทียนอบ 1 ชิ้น
11. น้ำเชื่อม 1 ถ้วยใหญ่ (700 มล.)

* ส่วนผสมสำหรับ 3 - 4 ที่

วิธีการทำ

1. นำน้ำเปล่า น้ำตาลทราย ใบเตย กลิ่นมะลิ ลงต้มรวมกันในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟแรงและห้ามคนโดยเด็ดขาด เพราะถ้ามีคนโดนจะทำให้น้ำตาลตกผลึก
2. นำแป้งทั้ง 3 ชนิดผสมรวมกัน นำไปร่อนให้ละเอียดด้วยกระชอนตาถี่ พักไว้
3. นำไข่แดงทั้งหมดตีให้ขึ้นฟูประมาณ 5 นาที จากนั้นเติมแป้งลงในไข่ไก่และผสมให้เข้ากัน
4. ตักใบเตยออก ปิดแก๊สให้น้ำเชื่อมนึ่ง ใช้ช้อนตักส่วนผสมหยอดลงในกระทะ ระวังอย่าให้ติดกัน จากนั้นเปิดไฟกลางให้ขนมสุกทั้งสองด้าน
5. ตักขึ้นพักไว้ให้เย็นในถ้วยน้ำเชื่อม ช้อนขนมขึ้นมาแล้วจับจีบให้สวยงามและวางใส่ถ้วย จากนั้นจุดเทียนให้มีควันแล้วจึงดับไฟอบพร้อมกับทองหยิบ ปิดฝาอบรวมกันนาน 10 นาที เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟ


yengo หรือ buzzcity

ทองหยอด

ทองหยอด



ทองหยอด เป็นขนมโปรตุเกส มีถิ่นกำเนิดจากเมืองอเวโร เมืองชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส ทำจากแป้งผสมกับไข่แดงและน้ำ หยอดลงในน้ำเดือดเคี่ยวกับน้ำตาล เมื่อแป้งสุกจะเป็นเม็ดคล้ายหยดน้ำ มีสีเหลืองทอง

ทองหยอดเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยท้าวทองกีบม้า ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ส่วนผสม (ได้ 70 ลูก)

ไข่แดง 15 ฟอง
แป้งทองหยอด 10 ช้อนโต๊ะ
น้ำเชื่อมข้น
น้ำตาลทราย 10 ถ้วย
น้ำลอยดอกไม้ 6 ถ้วย
น้ำเชื่อมใส
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
น้ำลอยดอกไม้ 2 ถ้วย

วิธีทำ

1.แยกไข่แดงไข่ขาวทำเช่นเดียวกับทองหยิบ
2.ตีไข่ให้ขึ้นฟูมากๆ จะใช้เครื่องตีหรือใช้ที่ตีไข่ด้วยมือก็ได้
3.แบ่งไข่ที่ตีแล้วใส่ในถ้วยหรือชามครั้งละ 1 ถ้วย ใช้แป้ง 4 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน
4.หยอดในน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้

การหยอด

แล้วแต่ความถนัด แต่ที่ง่ายที่สุดสำหรับคนหยอดไม่เป็นคือ เอียงถ้วยใช้นิ้วชี้ยกขึ้นตั้งฉาก ใช้มือซ้ายถือถ้วย เมื่อเอียงถ้วยไข่จะค่อยๆ ไหลลงมาใช้นิ้วชี้ปาดไข่จากด้านนอกเข้าหาตัว ใช้นิ้วหัวแม่มือ
รูดไข่ลง ขณะเดียวกันนิ้วชี้รูดจากล่างขึ้นบนสวนกับหัวแม่มือแล้วใช้นิ้วชี้ที่รูดขึ้นมาเด็ดไข่ลงให้เป็นหยดน้ำ โดยทำอย่างเร็วหยอดไป หลายๆ ลูกทิ้งไว้ให้เดือดพล่านใช้น้ำเชื่อมใสใส่ลงไป 1/4 ถ้วย
จะเห็นว่าน้ำเชื่อมที่เดือดเป็นฟองยุบเห็นทองหยอด ทิ้งให้เดือดเป็นฟองอยู่ประมาณ 2 นาที
ใส่น้ำเชื่อมใสอีก และทิ้งให้เดือดอีก ทำเช่นนี้ 3 ครั้ง จะเห็นว่าทองหยอดเมื่อสุกจะใส ตักขึ้น
ใส่ในน้ำเชื่อมใส

ลักษณะที่ดี

1.ทองหยอดได้รูปสวย คือกลม ถ้าเป็นหยดน้ำจะมีติ่งยื่นมา
2.สีสวย
3.ไม่เป็นไต
4.หวานฉ่ำ
5.เป็นมันไม่มีกลิ่นคาว

เคล็ดที่ไม่ลับ

1.ก่อนที่จะหยอดให้สังเกตน้ำเชื่อม จะเป็นฟองละเอียดแสดงว่าน้ำเชื่อมได้ที่เมื่อหยอดแล้วไข่จะแบน ในขณะที่จะหยอดน้ำเชื่อมต้องเป็นฟองเดือดพล่าน
2.ในการผสมแป้งจะใส่มากน้อยขึ้นอยู่กับการตีไข่ขึ้นน้อยต้องใส่แป้งน้อย ถ้าใส่มากไปจะทำให้
แป้งข้นมากหยอดไม่ได้ ถ้าตีไข่ขึ้นฟูมากจะต้องเพิ่มแป้ง การใส่แป้งมากน้อยแค่ไหน ให้สังเกต
ลักษณะไข่ใส่แล้วคน แป้งมีความข้นนิดๆ ไม่ไหลเป็นทางเร็วไปก็ใช้ได้ การที่ส่วนนี้ให้ใส่แป้งข้น
เหมาะสำหรับคนที่ทำไม่เป็น เริ่มหัดหยอดจะหยอดได้ง่ายขึ้น เมื่อเป็นชำนาญแล้วอาจจะลดส่วน
แป้งลงจะทำให้สุกเร็วขึ้น
3.ต้องให้สุกโดยตั้งในน้ำเชื่อมนานหน่อย ถ้าขึ้นเร็วเกินไปจะทำให้ทองหยอดเป็นไต
4.ผู้ที่ไม่เคยทำ ลองหยอดในถ้วยเสียก่อนค่อยลงในน้ำเชื่อม คือปาดแป้งจากปากถ้วยหยอดลงในถ้วยเดิม สังเกตดูว่าเป็นรูปร่างดีหรือยัง ถ้าเป็นรูปร่างดีค่อยหยอดใส่ลงในน้ำเชื่อม
5.ถ้าจะใช้แป้งข้าวเจ้า จะให้ดีควรอบแป้งด้วยเทียนอบ ให้หอมก่อน หรือจะใช้แป้งทองหยอดก็ได้ แป้งทองหยอดคือแป้งข้าวเจ้าที่ผ่านการอบแล้ว

yengo หรือ buzzcity

ทองม้วน

ทองม้วน

เป็นขนมไทยชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นม้วนกลมเป็นวง มีลักษณะกรอบ โดยมีส่วนผสมหลักคือ แป้ง มะพร้าว น้ำตาลปีบ ไข่ไก่ น้ำมันพืช และ งาดำ มีรสชาติอร่อยหวาน หอมมีความเป็นเอกลักษณ์ มีขั้นตอนในการทำที่ไม่ยุ่งยาก


เครื่องปรุง + ส่วนผสม


* แป้งสาลี 850 กรัม
* น้ำตาลทราย 600 กรัม
* ไข่เป็ด 5 ฟอง
* มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
* แป้งหอมผสมอาหาร 1/2 ช้อนชา
* งาขาว

วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน


1. นำมะพร้าวไปคั้นให้ได้น้ำกะทิ จากนั้นจึงนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง เคี่ยวจนกะทิแตกมัน

2. ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลทราย แล้วจึงนำน้ำกะทิที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่งมาผสม คนจนแป้งละลายดี

3. ตอกไข่ใส่ลงไป ตีจนขึ้นฟอง จึงใส่แป้งหอมผสมอาหารและงาขาว คนจนผสมกันทั่ว พักทิ้งไว้

4. ทาน้ำมันบนกระทะแบน รอจนร้อนจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไป รอให้สุกจึงกลับหน้าให้เหลืองทั้งสองด้าน ขณะที่ขนมยังร้อน พับม้วนตามต้องการ จึงนำออกจากเตา

5. เสริฟรับประทานได้ทันที หรือเก็บในภาชนะมิดชิดเพื่อไว้รับประทานภายหลัง


yengo หรือ buzzcity

ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง

ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง



ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง เป็นขนมที่ชนะการประกวดในงานฉลองปีใหม่ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นขนมที่คนส่วนใหญ่สับสน และคิดว่าเป็นขนมจ่ามงกุฎ หน้าตาเหมือนเครื่องหมายดาราในเครื่องราชอิศริยาภรณ์ คล้ายๆมงกุฏฝรั่ง เลยเรียกผิดๆ กัน...ขนมดาราทองที่ดี ลูกกวาดเมล็ดแตงโมต้องมี "หนาม" แป้นรองต้องกรอบ นุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ตัวทองเอก ต้องเนื้อเนียน ไม่แห้งกระด้าง

yengo หรือ buzzcity

ขนมพื้นบ้านภาคอีสานข้าวโป่ง

ขนมพื้นบ้านภาคอีสานข้าวโป่ง




ข้าวโป่ง เป็นขนมพื้นบ้านภาคอีสาน นิยมในฤดูหนาวหลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว การทำเริ่มจากนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วไปตำด้วยครกมอง เมื่อละเอียดแล้วจะเอาใบตดหมูตดหมาหรือย่านพาโหมขยี้กับน้ำแล้วสลัดใส่ครก เพื่อให้ข้าวเหนียวจับตัวกันดี นำน้ำอ้อยโขลกแล้วตำผสมลงในครกจนเหนียวได้ที่ นำน้ำมันหมูทามือแล้วปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนผสมกับไข่แดง กดก้อนข้าวเหนียวที่ปั้นให้เป็นแผ่นบางๆ แล้ววางบนใบตองที่ทาน้ำมันหมูแล้ว ตากแดดให้แห้ง เมื่อจะรับประทานจึงเอามาปิ้งให้สุก

ทางภาคเหนือมีขนมชนิดนี้เช่นกันแต่เรียกข้าวปองหรือข้าวควบ

อุปกรณ์การทำข้าวโป่งอีสาน

1.กะละมัง
2.ใบตอง
3.กระเบื่องหรือไม้แผ่นบางๆ
4.หม้อนึ่งข้าว
5.กระมวยนึ่งข้าว

ส่วนประกอบ

1.น้ำตาล
2.ข้าวเหนียวหรือข้าวเหนียวดำแช่น้ำประมาณ4-5ชั่วโมง
3.ไข่ไก่
4.ไข่ต้มเอาเฉพาะไข่แดง
5. น้ำมันพืช


วิธีทำ


1.นำข้าวเหนียวที่แช่น้ำมานึ่งให้สุก แล้วนำมาเทลงในกระด้งแล้วคนไปมาให้ไอน้ำออก

2.นำข้าวเหนียวที่ที่นึ่งสุกใหม่ไปโขลกให้ละเอียดด้วยครกมอง

3.พอข้าวเหนียวละเอียดพอประมาณใส่ไข่โขลกให้เข้ากันกับข้าวเหนียว

4.เติมน้ำตาลโขลกให้เข้ากับข้าวเหนียว

5.นำข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำตาลกับไข่เสร็จแล้วนำไปปั้นเป็นก้อนกลมๆพอประมาณ นำไข่แดงที่ต้มสุกแล้มผสมให้เข้ากันแล้วทามือและทาแผ่นพลาสติกเพื่อไม่ให้แป้งติดกับแผ่นพลาสติก แล้วใช้ถุงพลาสติกที่ตัดไว้วางบนแผ่นกระเบื้องที่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว นำข้าวเหนียวที่ปั้นไว้วางบนแผ่นพลาสติก

6.นำแผ่นถุงพลาสติกวางทับแล้วนำกระเบื้องวางทับอีกที แล้วกดให้แป้งกระจายออกเป็นแผ่นวงกลม

7.นำแป้งที่กดเป็นวงกลมวางบนเสื่อที่ทำความสะอาดแล้ว

8.ทำแบบนี้เรื่อยๆจนแป้งหมด

9.แล้วนำข้าวโป่งที่ทำเสร็จมาผึ่งแดดไว้ประมาณ3-4วันแล้วเก็บใส่กล่องปิดฝาให้สนิด

10.นำไปย่างไฟให้พองขึ้นพอเหลืองก็สามารถรับประทานได้


yengo หรือ buzzcity